SDG 3: Good health and well-being


SDG 3: Good health and well-being

สร้างหลักประกันว่าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส่งเสริมสวัสดิภาพสำหรับทุกคนในทุกวัย
(Ensure healthy lives and promote well-being for all at all ages)

งานวิจัย / การสำรวจ / ผลการศึกษา (1 รายการ)

1. งานวิจัย: การควบคุมป้องกันโรคธาลัสซีเมีย

หัวข้อ รายละเอียด
ชื่องานวิจัย
(Research topic):

การควบคุมป้องกันโรคธาลัสซีเมีย

คณะ/สาขาวิชา
(Faculty/Program):

ศูนย์วิจัยธาลัสซีเมีย สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล (ศ.นพ.สุทัศน์ ฟู่เจริญ, ดร.ปราณี ฟู่เจริญ,
รศ.ดร.ม.ล. เสาวรส สวัสดิวัฒน์)

ที่มาและความสำคัญ
(Background and importance):

โรคธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบินผิดปกติ เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่พบบ่อยที่สุดในโลกรวมถึงประเทศไทย ประมาณร้อยละ 5.2
ของประชากรโลกเป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบินผิดปกติ ความเสี่ยงของการมีบุตรที่เป็นโรคธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบินผิดปกติสูงถึงร้อยละ 1.1 ของคู่แต่งงานของประชากรทั้งโลก หรือ 2.7 คน ใน 1,000 คน การป้องกันและควบคุมโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงให้มีผู้ป่วยเกิดใหม่ลดลงจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ขอบเขต/พื้นที่ศึกษา
(Scope of research/Study Areas):

พัฒนาการตรวจวินิจฉัยโรคธาลัสซีเมียในระดับเซลล์ โปรตีน และอณูพันธุศาสตร์

วัตถุประสงค์
(objectives):

เพื่อพัฒนาการตรวจวินิจฉัยโรคและพาหะด้วยเทคนิคระดับเซลล์ โปรตีน และอณูพันธุศาสตร์ ที่รวดเร็วแม่นยำ

แหล่งทุนสนับสนุน
(Funding agencies):

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ มหาวิทยาลัยมหิดล

หน่วยงานที่ร่วมมือ
(Cooperative agencies):

กระทรวงสาธารณสุข

ผู้มีส่วนได้เสีย
(Stakeholders):

คู่สมรสที่จะมีบุตร ผู้ป่วยธาลัสซีเมีย กระทรวงสาธารณสุข

ระดับความร่วมมือ
(Cooperation level):

ระดับประเทศ

ผลลัพธ์ที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อ
(Results and impacts) (ระบุวันที่มีการนำไปใช้) (Specify the date it is used)

แนวทางการวินิจฉัยและการรักษาโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย พฤศจิกายน 2557 แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยธาลัสซีเมียในเวชปฏิบัติทั่วไป กันยายน 2560

Web link อ้างอิงการดำเนินงาน
(Web reference):
https://www.facebook.com/mb.mahidol/photos/a.10151471908580170/10157044784870170/?type=3&theater
https://mb.mahidol.ac.th/en/workshop-thalassemia-analysis/
รูปภาพประกอบ
(Picture):
SDG goal ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
(Relevant SDG goals):

Activity / Lecture (3 รายการ)
1.กิจกรรม: การอบรมวิชาการ “คุณภาพชีวิตดีๆ ที่ผู้ป่วยธาลัสซีเมียก็มีได้”

หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อกิจกรรม/โครงการ
(Activity/Project name):

การอบรมวิชาการ “คุณภาพชีวิตดี ๆ ที่ผู้ป่วยธาลัสซีเมียก็มีได้ 2562

ที่มาและความสำคัญ
(Background and importance):

โรคธาลัสซีเมียเป็นโรคโลหิตจางเรื้อรังถ่ายทอดทางพันธุกรรม ร้อยละ 30-40 ของประชากรไทยเป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมีย
ในแต่ละปีมีเด็กเกิดใหม่ป่วยเป็นโรค ธาลัสซีเมีย ประมาณ 9,800 คน ปัจจุบันมีผู้ป่วยประมาณ 430,000 คน ที่เป็นผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย
ชนิดรุนแรง ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับเลือดเป็นจำนวนมาก ข้อมูลระหว่างปี พ.ศ. 2558-2560 มีผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียที่มารับบริการเป็นผู้ป่วยใน
จำนวน 446,586 คน และจำนวน 1,172 ครั้ง ที่มาพบแพทย์ ณ คลินิกธาลัสซีเมีย โรงพยาบาลนครปฐม โดยคลินิกดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง ศูนย์วิจัยธาลัสซีเมีย สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล กับ หอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลนครปฐม เพื่อเป็นการให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและญาติ ในการดูแลตนเอง การป้องกัน ทางผู้เกี่ยวข้องจึงได้ตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียให้ครอบคลุมทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ จึงได้จัดให้มีการอบรมทางวิชาการเรื่อง “คุณภาพชีวิตดีๆ ที่ผู้ป่วยธาลัสซีเมียก็มีได้ 2562” ขึ้น

ช่วงเวลาที่จัดกิจกรรม/โครงการ
(Period of activities/Projects):

เมษายน 2562

สถานที่จัดกิจกรรม/โครงการ
(Activity/Project location):

ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม จังหวัดนครปฐม

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง/ผู้มีส่วนได้เสีย
(Related departments/Stakeholders):

ศูนย์วิจัยธาลัสซีเมีย สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล และหอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลนครปฐม

วัตถุประสงค์
(Objectives):

1. เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องโรคธาลัสซีเมีย ให้แก่ผู้ป่วยและญาติ ตลอดจนสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างกลุ่มผู้ป่วย ญาติ/เจ้าหน้าที่ 2. เพื่อให้บุคลากรในทีมผู้ดูแลผู้ป่วยมีเจตคติที่ดีในการดูแลผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย

รูปแบบการดำเนินกิจกรรม/โครงการ
(Project activities):

เป็นการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับโรค ตลอดจนการดูแลรักษาให้แก่ผู้ป่วย และผู้เกี่ยวข้อง การป้องกันและการควบคุมโรคทางพันธุกรรม โดยแพทย์และเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลผู้ป่วยธาลัสซีเมีย และบอกกล่าวเล่าประสบการณ์โดยผู้ป่วยธาลัสซีเมีย พร้อมทั้งมีกิจกรรมการเล่นเกมต่างๆ เพื่อให้ผู้ป่วยได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ ทำให้ผู้ป่วย

กลุ่มเป้าหมาย/กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรม
(Target groups / Participants):

ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย ญาติผู้ป่วย และประชาชนผู้สนใจ

จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม
(Number of participants):

113 คน

ผลลัพธ์ที่นำไปใช้ประโยชน์จากกิจกรรม
(Results and outcomes of the project/activity):

ผู้ป่วย ญาติ ได้รับความรู้ความเข้าใจในเรื่องโรคธาลัสซีเมีย การรักษา การดูแลตลอดจนการป้องกัน ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วย/ญาติสามารถดูแลตนเองได้ถูกต้อง ดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข

Web link อ้างอิงการดำเนินงาน
(Web reference operation):
https://mb.mahidol.ac.th/th/thalassemia-training2019/
รูปภาพประกอบ
(Picture):
SDG goal ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
(Relevant SDG goals):

2. กิจกรรม: การอบรมเชิงปฎิบัติการ “การประเมินทักษะการคิดเชิงบริหารทักษะ EF ในเด็กปฐมวัย”

หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อกิจกรรม/โครงการ
(Activity/Project name):

การอบรมเชิงปฏิบัติการ “การประเมินทักษะการคิดเชิงบริหารทักษะ EF ในเด็กปฐมวัย”

ที่มาและความสำคัญ
(Background and importance):

การศึกษาปฐมวัยมีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาคนอย่างยั่งยืนในระยะยาว เพราะช่วงปฐมวัยเป็นโอกาสทองที่สมอง
ของเด็กกำลังพัฒนา เด็กวัยนี้สมอง ส่วนหน้าสุดเริ่มทำหน้าที่ด้านการคิดเชิงบริหาร หรือ Executive Functions (EF) ซึ่งเป็นการทำงาน
ระดับสูงของสมองที่ช่วยให้เรากำกับตนเองทั้งด้านอารมณ์ความคิดและการกระทำ ศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล
ร่วมกับสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของครูและผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย ซึ่งมีความสนใจเกี่ยวกับพัฒนาการด้านการคิดและการกำกับตนเองของเด็ก การประเมินทักษะ EF ในเด็กปฐมวัย จึงกำหนดให้มีการจัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การประเมินทักษะด้านการคิดเชิงบริหาร (Executive Function) ในเด็กปฐมวัย” ขึ้น เพื่อเผยแพร่ความรู้อันจะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปประยุกต์ใช้ในชั้นเรียนในการจัดการศึกษาปฐมวัยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับพัฒนาการสมองด้านการคิดของเด็กปฐมวัย

ช่วงเวลาที่จัดกิจกรรม/โครงการ
(Period of activities/Projects):

เมษายน 2562

สถานที่จัดกิจกรรม/โครงการ
(Activity/Project location):

ห้องประชุมศาสตราจารย์เกียรติคุณสิรินทร์ พิบูลนิยม ห้องบรรยาย A107 และห้องบรรยาย A108 สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง/ผู้มีส่วนได้เสีย
(Related departments/Stakeholders):

ศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล /ครูผู้ดูแลเด็ก/ผู้ปกครองเด็ก/ผู้เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย

วัตถุประสงค์
(Objectives):

1. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจในหลักการทฤษฎีพื้นฐานเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ของการพัฒนาสมองด้านการคิดและการกำกับตนเองของเด็กอย่างถูกต้อง ส่งเสริมพัฒนาการด้านการคิดและการกำกับตนเองที่เหมาะกับเด็กวัย 2-6 ปี 2. เพื่อให้ครูปฐมวัยเข้าใจหลักการประเมินพัฒนาการด้าน EF โดยการสังเกตพฤติกรรมเด็กในชั้นเรียน และสามารถประเมินพัฒนาการด้าน EF ในเด็กอายุ 2-6 ปี 3. เพื่อให้ครูปฐมวัยเข้าใจหลักการประเมินปัญหาพฤติกรรมที่เป็นความบกพร่องด้าน EF โดยการสังเกตพฤติกรรมเด็กในชั้นเรียนได้

รูปแบบการดำเนินกิจกรรม/โครงการ
(Project activities):

แบ่งเป็นสองส่วนคือ ภาคบรรยาย มีเนื้อหาที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจหลักการทฤษฎีพื้นฐานเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ของการพัฒนาสมองด้านการคิดและการกำกับตนเองของเด็ก จิตวิทยาพัฒนาการ รวมทั้งแนวทางในการส่งเสริมพัฒนาการด้านการคิดและการกำกับตนเองที่เหมาะกับเด็กวัย 2-6 ปี ภาคบรรยาย และภาคปฏิบัติการ มีเนื้อหาที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจหลักการทฤษฎีพื้นฐาน ฝึกใช้แบบประเมินพัฒนาการด้าน EF (UM.EF-101) แบบประเมินปัญหาพฤติกรรมปัญหาความบกพร่องของ EF (MU.EF 102) ผู้เข้าอบรมสามารถประเมินและแปลผลประเมินได้ การนำผลประเมินไปประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัย

กลุ่มเป้าหมาย/กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรม
(Target groups / Participants):

ครูผู้ดูแลเด็ก/ผู้ดูแลเด็ก ครูอนุบาล ครูการศึกษาพิเศษ กุมารแพทย์ พยาบาลเด็ก นักจิตวิทยา นักกิจกรรมบำบัด นักกายภาพบำบัดเฉพาะทางเด็ก และผู้ทำงานเกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย/p>

จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม
(Number of participants):
69 ราย
ผลลัพธ์ที่นำไปใช้ประโยชน์จากกิจกรรม
(Results and outcomes of the project/activity):

ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพัฒนาการสมองด้านการคิดและการกำกับตนเองในเด็กเล็ก รวมทั้งเข้าใจปัญหาพฤติกรรมในเด็ก

Web link อ้างอิงการดำเนินงาน
(Web reference operation):
https://mb.mahidol.ac.th/th/executive-functions-ef/
รูปภาพประกอบ
(Picture):
SDG goal ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
(Relevant SDG goals):

3.กิจกรรม: การอบรม เรื่อง องค์ความรู้ด้านสมองสู่การนำไปใช้ในการดูแลผู้ป่วย และการวิจัยทางคลินิก

หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อกิจกรรม/โครงการ
(Activity/Project name):

การอบรม เรื่อง องค์ความรู้ด้านสมองสู่การนำไปใช้ในการดูแลผู้ป่วย และการวิจัยทางคลินิก

ที่มาและความสำคัญ
(Background and importance):

องค์ความรู้ด้านสมองเป็นสิ่งที่คนในสังคมได้ให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก ทำอย่างไรให้สมองมีการพัฒนาเป็นอย่างดี ทำงานมีประสิทธิภาพ เพราะกิจกรรมที่เกิดขึ้น ล้วนเกิดขึ้นจากการทำงานของสมองและระบบประสาททั้งสิ้น นอกจากนี้ความผิดปกติในการทำงานของสมองยังเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ปัญหาหลายด้าน เช่น การพัฒนาการล่าช้าในเด็ก ปัญหาการเรียนรู้ เด็กที่มีความต้องการพิเศษ ความบกพร่องในการเข้าสังคม รวมไปถึงการเกิดโรคทางระบบประสาท เช่น โรคสมองเสื่อมในวัยผู้ใหญ่ หรือโรคทางจิตเวช เป็นต้น การนำองค์ความรู้ด้านสมองมาใช้ในการบำบัดรักษาผู้ป่วยโรคทางระบบประสาทและจิตเวชอย่างมีหลักฐานข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์สนับสนุน ดังนั้น แนวทางในการดูแลผู้ป่วยในปัจจุบันและในอนาคตจะไม่เพียแต่ต้องอาศัยทักษะและความเข้าใจเกี่ยวกับตัวโรคของบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น หากแต่ยังควรต้องอาศัยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานในการนำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลคนไข้ด้วย เพราะข้อมูลทางวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานจะเป็นส่วนสำคัญในความเข้าใจต่อกลไกการเกิดโรค และนำไปสู่การประยุกต์แนวทางหรือทฤษฎีใหม่ๆ ในการรักษาโรคอย่างมีประสิทธิภาพ ความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ยังมีการนำไปประยุกต์ใช้ในทางคลินิกค่อนข้างน้อย ขาดการบูรณาการองค์ความรู้ระหว่างสาขาวิชา จึงทำให้มีผลงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานอีกจำนวนมาก ที่ยังไม่ได้นำไปประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยจริง รวมถึงการขาดความเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานที่ทำหน้าที่ด้านการค้นคว้าวิจัย และหน่วยงานที่ทำหน้าที่ให้การรักษาพยาบาล

ศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล ดำเนินการวิจัยด้านสมองและระบบประสาท โดยมีผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาและการทำงานของสมอง ความเข้าใจในพยาธิกำเนิดของโรคทางระบบประสาทและจิตเวช อาศัยการทดลองทั้งในระดับเซลล์และโมเลกุล ระดับสัตว์ทดลอง และในคนปกติ มาใช้ร่วมกันเพื่อทำความเข้าใจต่อกลไกต่างๆ อย่างลึกซึ้ง รวมถึงการนำองค์ความรู้ดังกล่าวไปใช้ในการศึกษาในมนุษย์ที่เจ็บป่วยจากโรคทางระบบประสาทและโรคจิตเวช ภายใต้การทำบันทึกความเข้าใจกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เช่น สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา เป็นต้น ในการนี้ ทางศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์มีความตั้งใจในการถ่ายทอดองค์ความรู้ดังกล่าว เพื่อนำไปสู่การประยุกต์ใช้ในการดูแลคนไข้และการทำวิจัยต่อยอดในทางคลินิกต่อไป เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการอบรมนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยโรคทางระบบประสาทและจิตเวช รวมถึงการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน มาใช้ในการทำวิจัยทางคลินิก ดังนั้น การจัดการประชุมวิชาการครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ไม่เพียงแค่การให้ความรู้เกี่ยวกับผลงานวิจัยด้านสมองที่ทางศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์เคยทำมาแล้วเท่านั้น แต่ยังเป็นการนำองค์ความรู้ไปสู่การประยุกต์ใช้ได้จริง

ช่วงเวลาที่จัดกิจกรรม/โครงการ
(Period of activities/Projects):

วันที่ 14–15 มกราคม 2564 (เป็นช่วงที่เกิดการระบาดของไวรัสโคโรนา รัฐบาลให้หน่วยงานภาครัฐปฏิบัติงานที่บ้าน WFH)

สถานที่จัดกิจกรรม/โครงการ
(Activity/Project location):

บรรยายระบบออนไลน์ Zoom ณ ห้องประชุม A107 ชั้น 1 อาคารสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง/ผู้มีส่วนได้เสีย
(Related departments/Stakeholders):

ศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล

วัตถุประสงค์
(Objectives):

1. เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน สู่การนำไปใช้ในการดูแลผู้ป่วยทางคลินิก

2. เพื่อเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ระหว่างวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานกับความรู้ทางคลินิก

3. เพื่อเป็นการต่อยอดผลงานวิจัยจากด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานไปสู่การวิจัยทางคลินิก

รูปแบบการดำเนินกิจกรรม/โครงการ
(Project activities):

ภาคบรรยาย มีเนื้อหาที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมอง และการทำงานของระบบประสาท และตอบข้อซักถามผ่านระบบออนไลน์

กลุ่มเป้าหมาย/กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรม
(Target groups / Participants):

พยาบาล เภสัชกร นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด นักจิตวิทยาคลินิก เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานสาธารณสุข และบุคลากรทางสาธารณสุขอื่น ๆ

จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม
(Number of participants):

34 คน

ผลลัพธ์ที่นำไปใช้ประโยชน์จากกิจกรรม
(Results and outcomes of the project/activity):

ผู้เข้าร่วมการอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมอง และการทำงานของระบบประสาท รวมถึงสามารถนำความรู้ดังกล่าวไปถ่ายทอดได้อย่างถูกต้อง รวมถึงสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม และสามารถนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานไปใช้ในการทำวิจัยทางคลินิกเพื่อต่อยอดผลงานวิจัยได้

Web link อ้างอิงการดำเนินงาน
(Web reference operation):
รูปภาพประกอบ
(Picture):
SDG goal ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
(Relevant SDG goals):

Conference / Meeting (1 รายการ)
1.งานสัมมนา/Conference: การประชุมวิชาการอุปกรณ์การแพทย์ ครั้งที่ 31

หัวข้อ รายละเอียด
ชื่องานสัมมนา (Conference or meeting name) :

การประชุมวิชาการอุปกรณ์การแพทย์ ครั้งที่ 31

ที่มาและความสำคัญ
(Background and importance):

ปัจจุบันวิธีการและเครื่องมือแพทย์ที่ใช้ในการตรวจวิเคราะห์และการบำบัดรักษาผู้ป่วยทั้งที่เป็นผู้ป่วยวิกฤติและผู้ป่วยอื่นๆ
มีความก้าวหน้าและสามารถเชื่อมโยงระบบการทำงานและการจัดเก็บข้อมูลเป็นระบบโครงข่าย ดังนั้น บุคลากรผู้ให้บริการทางการแพทย์
ซึ่งประกอบด้วย ทีมแพทย์และพยาบาลจากหลายสาขาวิชา รวมถึงวิศวกรชีวการแพทย์และช่างอุปกรณ์การแพทย์ ผู้ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการ
ทางการแพทย์ จำเป็นที่จะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ความชำนาญ และความละเอียดรอบคอบเป็นอย่างดี ทั้งทางด้านเทคนิควิธีการใช้หลักปฏิบัติต่างๆ ของระบบโครงข่ายเครื่องมือแพทย์ ทำให้เพิ่มความสามารถและเชื่อมั่นยิ่งขึ้นในทางปฏิบัติการทั้งต่อผู้ป่วยและผู้ใช้เครื่องมือแพทย์

คุณภาพของการดูแลสุขภาพ มีองค์ประกอบที่สำคัญประกอบด้วย ความปลอดภัย (safe) ทันเวลา (timely) ความมีประสิทธิผล (effectiveness) ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง (patient centered) และความเป็นธรรม (equitable) องค์ประกอบเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงควบคู่กับการขับเคลื่อนไปสู่สถานพยาบาลที่เป็นสมาร์ทฮอสพิทัล และเฮลท์แคร์ 4.0 (Smart Hospital and Healthcare 4.0) ปัจจุบันโรงพยาบาลส่วนมากในประเทศไทยอยู่ในระยะของการรับรองคุณภาพ (HA) รับรองมาตรฐานและคุณภาพสถานประกอบการทางสาธารณสุขต่างๆ (Healthcare 3.0) และมีความพยายามในการก้าวไปสู่ Healthcare 4.0 ทั้งนี้ นโยบายพัฒนาความเป็นเลิศด้านระบบบริการเพื่อให้เป็นโรงพยาบาลสมาร์ทฮอสพิทัล การนำเทคโนโลยีด้านสุขภาพที่มีความก้าวหน้ามาใช้อย่างสอดคล้องกัน เพื่อการขับเคลื่อนไปสู่ Smart Hospital and Healthcare 4.0 โดยการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาให้บริการที่ผสมประสานกันอย่างเหมาะสมด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดเก็บข้อมูลต่างๆ เชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน เพื่อการวิเคราะห์ประมวลผล และสังเคราะห์เป็นแผนการบริหารจัดการของโรงพยาบาล

คณะกรรมการดำเนินการจัดประชุมวิชาการอุปกรณ์การแพทย์ฯ ได้พิจารณาถึงความสำคัญข้างต้นและเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ ได้เห็นประจักษ์ ตระหนักและเรียนรู้วิธีการ เพื่อเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ของผู้ปฏิบัติงานให้มีความต่อเนื่อง ก้าวหน้าและทันสมัย อีกทั้งเพื่อให้เกิดประสิทธิผลที่ดีต่อผู้ป่วย โดยสามารถประมวลและประเมินผลของการวิเคราะห์ด้านต่างๆ คณะกรรมการดำเนินการจัดการประชุมวิชาการอุปกรณ์การแพทย์ฯ จึงได้จัดประชุมวิชาการอุปกรณ์การแพทย์ ครั้งที่ 31 เรื่อง “สมาร์ทฮอสพิทัล และเฮลท์แคร์ 4.0” (Smart Hospital and Healthcare 4.0) เป็นระยะเวลา 2 วัน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับมุมมองจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชา ตลอดจนโอกาสการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของบุคลากรทางการแพทย์ โดยเน้นการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในแนวคิดและประเด็นเนื้อหาต่างๆ เช่น Smart Hospital, Pharmacy Automation, Artificial Intelligence, Medical Internet of Things (loT), Big Data, machine Learning and medical Robotic และ Ambulance Operating System (AOS) และอื่นๆ

หัวข้อในการจัดสัมมนา
(Seminar topics):

สมาร์ทฮอลพิทัล และเฮลท์แคร์ 4.0

สถานที่จัดงาน
(Event location):

ห้องประชุมกษัตริย์ศึก 2 ชั้น 4 โรงแรม เดอะ ทวิน ทาวเวอร์ ถนนพระราม 6 ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

หน่วยงานที่ร่วมจัดงาน
(Agency that organizes the event):

ศูนย์วิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ชีวการแพทย์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สมาคมอุปกรณ์การแพทย์ไทย

บทบาทของหน่วยงาน
(Agency role):

เป็นเจ้าภาพการจัดประชุม

วัตถุประสงค์ของการจัดงาน
(Objectives of the event):

1. เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์เข้าประชุม ประกอบด้วย แพทย์และพยาบาลสาขาวิชาต่างๆ วิศวกรชีวการแพทย์และช่างอุปกรณ์การแพทย์ ได้มีโอกาสเรียนรู้วิทยาการทางการแพทย์ต่างๆ ที่ก้าวหน้านำสมัย เพื่อการเตรียมความพร้อมมุ่งมั่น สู่สมาร์ทฮอสพิทัล และเฮลท์แคร์ 4.0
2. เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ และข้อปฏิบัติต่างๆ เพื่อการพัฒนาไปเป็นสมาร์ทฮอสพิทัล และเฮลท์แคร์ 4.0 จากมุมมองของผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ปฏิบัติในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง
3. เพื่อให้แนวคิด พลังผลักดัน และแรงจูงใจในการศึกษา การวิจัย ด้านเครื่องมือแพทย์เพิ่มมากขึ้นในการรองรับ สมาร์ทฮอสพิทัล และเฮลท์แคร์ 4.0
4. เพื่อให้เกิดเครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์ การเผยแพร่วิทยาการทางแพทย์ ในการบริการผู้ป่วยและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างเป็นระบบทั่วภูมิภาค

จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม
(Number of participants):

จำนวน 139 ราย ซึ่งเป็นผู้บริหารโรงพยาบาล แพทย์ พยาบาล เภสัชกร วิศวกร นักอุปกรณ์ชีวการแพทย์ นักเทคนิคการแพทย์ นักวิทยาศาสตร์และช่างอุปกรณ์การแพทย์ ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ และผู้สนใจอื่นๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

ช่วงเวลาที่จัดกิจกรรม
(Event period):

1-2 สิงหาคม 2562

ข้อสรุปที่ได้จากการสัมมนา (ถ้ามี)
(Conference conclusions from the event) (if any):
ผลลัพธ์ที่ได้จากการสัมมนา (ถ้ามี)
(Conference Results and outcomes of the event) (if any):

1. ผู้เข้าประชุมสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์เพิ่มมาก ขึ้นแก่บุคลากรทางการแพทย์
2. ผู้เข้าประชุมสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาการให้บริการและดูแลสุขภาพที่มีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง
3. ผู้เข้าประชุมมีโอกาสเรียนรู้ และเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือแพทย์อุปกรณ์ ระบบงาน และบุคลากรในการเป็นสมาร์ทฮอสพิทัล และเฮลท์แคร์4.0
4. ผู้เข้าประชุมมีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทัศนคติ แนวคิด และการปฏิบัติงาน ระหว่างบุคลากรทางการแพทย์ร่วมกัน

Web link อ้างอิงการดำเนินการ
(Web reference operation):
https://mb.mahidol.ac.th/medequip/conference2019/
รูปภาพประกอบ
(Picture):
SDG goal ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
(Relevant SDG goals):

กลับหน้าหลัก: SDGs : MB : Mahidol University