Good health and well-being

งานวิจัย(1) /การสำรวจ/ผลการศึกษา
Activity(2)/Lecture
Conference(1) /Meeting

3. Good health and well-being

สร้างหลักประกันว่าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส่งเสริมสวัสดิภาพสำหรับทุกคนในทุกวัย
(Ensure healthy lives and promote well-being for all at all ages)

งานวิจัย / การสำรวจ / ผลการศึกษา (1 รายการ)
1. งานวิจัย: การควบคุมป้องกันโรคธาลัสซีเมีย

หัวข้อ รายละเอียด
ชื่องานวิจัย
(Research topic) :
การควบคุมป้องกันโรคธาลัสซีเมีย
คณะ/สาขาวิชา
(Faculty/Program) :
ศูนย์วิจัยธาลัสซีเมีย สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล (ศ.นพ.สุทัศน์ ฟู่เจริญ, ดร.ปราณี ฟู่เจริญ,
รศ.ดร.ม.ล. เสาวรส สวัสดิวัฒน์)
ที่มาและความสำคัญ
(Background and importance) :
โรคธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบินผิดปกติ เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่พบบ่อยที่สุดในโลกรวมถึงประเทศไทย ประมาณร้อยละ 5.2
ของประชากรโลกเป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบินผิดปกติ ความเสี่ยงของการมีบุตรที่เป็นโรคธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบินผิดปกติสูงถึงร้อยละ 1.1 ของคู่แต่งงานของประชากรทั้งโลก หรือ 2.7 คน ใน 1,000 คน การป้องกันและควบคุมโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงให้มีผู้ป่วยเกิดใหม่ลดลงจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
ขอบเขต/พื้นที่ศึกษา
(Scope of research/Study Areas) :
พัฒนาการตรวจวินิจฉัยโรคธาลัสซีเมียในระดับเซลล์ โปรตีน และอณูพันธุศาสตร์
วัตถุประสงค์
(objectives) :
เพื่อพัฒนาการตรวจวินิจฉัยโรคและพาหะด้วยเทคนิคระดับเซลล์ โปรตีน และอณูพันธุศาสตร์ ที่รวดเร็วแม่นยำ
แหล่งทุนสนับสนุน
(Funding agencies) :
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ มหาวิทยาลัยมหิดล
หน่วยงานที่ร่วมมือ
(Cooperative agencies) :
กระทรวงสาธารณสุข
ผู้มีส่วนได้เสีย
(Stakeholders) :
คู่สมรสที่จะมีบุตร ผู้ป่วยธาลัสซีเมีย กระทรวงสาธารณสุข
ระดับความร่วมมือ
(Cooperation level) :
ระดับประเทศ
ผลลัพธ์ที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อ
(Results and impacts) (ระบุวันที่มีการนำไปใช้) (Specify the date it is used)
แนวทางการวินิจฉัยและการรักษาโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย พฤศจิกายน 2557 แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยธาลัสซีเมียในเวชปฏิบัติทั่วไป กันยายน 2560
Web link อ้างอิงการดำเนินงาน
(Web reference) :
https://www.facebook.com/mb.mahidol/photos/a.10151471908580170/10157044784870170/?type=3&theater
https://mb.mahidol.ac.th/en/workshop-thalassemia-analysis/
รูปภาพประกอบ
(Picture) :
SDG goal ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
(Relevant SDG goals) :

Activity / Lecture (2 รายการ)
1.กิจกรรม: การอบรมวิชาการ “คุณภาพชีวิตดีๆ ที่ผู้ป่วยธาลัสซีเมียก็มีได้”

หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อกิจกรรม/โครงการ
(Activity/Project name) :
การอบรมวิชาการ “คุณภาพชีวิตดี ๆ ที่ผู้ป่วยธาลัสซีเมียก็มีได้ 2562”
ที่มาและความสำคัญ
(Background and importance) :
โรคธาลัสซีเมียเป็นโรคโลหิตจางเรื้อรังถ่ายทอดทางพันธุกรรม ร้อยละ 30-40 ของประชากรไทยเป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมีย
ในแต่ละปีมีเด็กเกิดใหม่ป่วยเป็นโรค ธาลัสซีเมีย ประมาณ 9,800 คน ปัจจุบันมีผู้ป่วยประมาณ 430,000 คน ที่เป็นผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย
ชนิดรุนแรง ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับเลือดเป็นจำนวนมาก ข้อมูลระหว่างปี พ.ศ. 2558-2560 มีผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียที่มารับบริการเป็นผู้ป่วยใน
จำนวน 446,586 คน และจำนวน 1,172 ครั้ง ที่มาพบแพทย์ ณ คลินิกธาลัสซีเมีย โรงพยาบาลนครปฐม โดยคลินิกดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง ศูนย์วิจัยธาลัสซีเมีย สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล กับ หอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลนครปฐม เพื่อเป็นการให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและญาติ ในการดูแลตนเอง การป้องกัน ทางผู้เกี่ยวข้องจึงได้ตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียให้ครอบคลุมทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ จึงได้จัดให้มีการอบรมทางวิชาการเรื่อง “คุณภาพชีวิตดีๆ ที่ผู้ป่วยธาลัสซีเมียก็มีได้ 2562” ขึ้น
ช่วงเวลาที่จัดกิจกรรม/โครงการ
(Period of activities/Projects):
เมษายน 2562
สถานที่จัดกิจกรรม/โครงการ
(Activity/Project location):
ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม จังหวัดนครปฐม
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง/ผู้มีส่วนได้เสีย
(Related departments/Stakeholders):
ศูนย์วิจัยธาลัสซีเมีย สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล และหอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลนครปฐม
วัตถุประสงค์
(Objectives):
1. เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องโรคธาลัสซีเมีย ให้แก่ผู้ป่วยและญาติ ตลอดจนสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างกลุ่มผู้ป่วย ญาติ/เจ้าหน้าที่ 2. เพื่อให้บุคลากรในทีมผู้ดูแลผู้ป่วยมีเจตคติที่ดีในการดูแลผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย
รูปแบบการดำเนินกิจกรรม/โครงการ
(Project activities):
เป็นการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับโรค ตลอดจนการดูแลรักษาให้แก่ผู้ป่วย และผู้เกี่ยวข้อง การป้องกันและการควบคุมโรคทางพันธุกรรม โดยแพทย์และเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลผู้ป่วยธาลัสซีเมีย และบอกกล่าวเล่าประสบการณ์โดยผู้ป่วยธาลัสซีเมีย พร้อมทั้งมีกิจกรรมการเล่นเกมต่างๆ เพื่อให้ผู้ป่วยได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ ทำให้ผู้ป่วย
กลุ่มเป้าหมาย/กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรม
(Target groups / Participants):
ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย ญาติผู้ป่วย และประชาชนผู้สนใจ
จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม
(Number of participants):
113 คน
ผลลัพธ์ที่นำไปใช้ประโยชน์จากกิจกรรม
(Results and outcomes of the project/activity):
ผู้ป่วย ญาติ ได้รับความรู้ความเข้าใจในเรื่องโรคธาลัสซีเมีย การรักษา การดูแลตลอดจนการป้องกัน ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วย/ญาติสามารถดูแลตนเองได้ถูกต้อง ดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข
Web link อ้างอิงการดำเนินงาน
(Web reference operation):
https://mb.mahidol.ac.th/th/thalassemia-training2019/
รูปภาพประกอบ
(Picture):
SDG goal ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
(Relevant SDG goals):

2. กิจกรรม: การอบรมเชิงปฎิบัติการ “การประเมินทักษะการคิดเชิงบริหารทักษะ EF ในเด็กปฐมวัย”

หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อกิจกรรม/โครงการ
(Activity/Project name) :
การอบรมเชิงปฏิบัติการ “การประเมินทักษะการคิดเชิงบริหารทักษะ EF ในเด็กปฐมวัย”
ที่มาและความสำคัญ
(Background and importance) :
การศึกษาปฐมวัยมีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาคนอย่างยั่งยืนในระยะยาว เพราะช่วงปฐมวัยเป็นโอกาสทองที่สมอง
ของเด็กกำลังพัฒนา เด็กวัยนี้สมอง ส่วนหน้าสุดเริ่มทำหน้าที่ด้านการคิดเชิงบริหาร หรือ Executive Functions (EF) ซึ่งเป็นการทำงาน
ระดับสูงของสมองที่ช่วยให้เรากำกับตนเองทั้งด้านอารมณ์ความคิดและการกระทำ ศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล
ร่วมกับสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของครูและผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย ซึ่งมีความสนใจเกี่ยวกับพัฒนาการด้านการคิดและการกำกับตนเองของเด็ก การประเมินทักษะ EF ในเด็กปฐมวัย จึงกำหนดให้มีการจัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การประเมินทักษะด้านการคิดเชิงบริหาร (Executive Function) ในเด็กปฐมวัย” ขึ้น เพื่อเผยแพร่ความรู้อันจะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปประยุกต์ใช้ในชั้นเรียนในการจัดการศึกษาปฐมวัยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับพัฒนาการสมองด้านการคิดของเด็กปฐมวัย
ช่วงเวลาที่จัดกิจกรรม/โครงการ
(Period of activities/Projects):
เมษายน 2562
สถานที่จัดกิจกรรม/โครงการ
(Activity/Project location):
ห้องประชุมศาสตราจารย์เกียรติคุณสิรินทร์ พิบูลนิยม ห้องบรรยาย A107 และห้องบรรยาย A108 สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง/ผู้มีส่วนได้เสีย
(Related departments/Stakeholders):
ศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล /ครูผู้ดูแลเด็ก/ผู้ปกครองเด็ก/ผู้เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย
วัตถุประสงค์
(Objectives):
1. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจในหลักการทฤษฎีพื้นฐานเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ของการพัฒนาสมองด้านการคิดและการกำกับตนเองของเด็กอย่างถูกต้อง ส่งเสริมพัฒนาการด้านการคิดและการกำกับตนเองที่เหมาะกับเด็กวัย 2-6 ปี 2. เพื่อให้ครูปฐมวัยเข้าใจหลักการประเมินพัฒนาการด้าน EF โดยการสังเกตพฤติกรรมเด็กในชั้นเรียน และสามารถประเมินพัฒนาการด้าน EF ในเด็กอายุ 2-6 ปี 3. เพื่อให้ครูปฐมวัยเข้าใจหลักการประเมินปัญหาพฤติกรรมที่เป็นความบกพร่องด้าน EF โดยการสังเกตพฤติกรรมเด็กในชั้นเรียนได้
รูปแบบการดำเนินกิจกรรม/โครงการ
(Project activities):
แบ่งเป็นสองส่วนคือ ภาคบรรยาย มีเนื้อหาที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจหลักการทฤษฎีพื้นฐานเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ของการพัฒนาสมองด้านการคิดและการกำกับตนเองของเด็ก จิตวิทยาพัฒนาการ รวมทั้งแนวทางในการส่งเสริมพัฒนาการด้านการคิดและการกำกับตนเองที่เหมาะกับเด็กวัย 2-6 ปี ภาคบรรยาย และภาคปฏิบัติการ มีเนื้อหาที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจหลักการทฤษฎีพื้นฐาน ฝึกใช้แบบประเมินพัฒนาการด้าน EF (UM.EF-101) แบบประเมินปัญหาพฤติกรรมปัญหาความบกพร่องของ EF (MU.EF 102) ผู้เข้าอบรมสามารถประเมินและแปลผลประเมินได้ การนำผลประเมินไปประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัย
กลุ่มเป้าหมาย/กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรม
(Target groups / Participants):
ครูผู้ดูแลเด็ก/ผู้ดูแลเด็ก ครูอนุบาล ครูการศึกษาพิเศษ กุมารแพทย์ พยาบาลเด็ก นักจิตวิทยา นักกิจกรรมบำบัด นักกายภาพบำบัดเฉพาะทางเด็ก และผู้ทำงานเกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย
จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม
(Number of participants):
69 ราย
ผลลัพธ์ที่นำไปใช้ประโยชน์จากกิจกรรม
(Results and outcomes of the project/activity):
ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพัฒนาการสมองด้านการคิดและการกำกับตนเองในเด็กเล็ก รวมทั้งเข้าใจปัญหาพฤติกรรมในเด็ก
Web link อ้างอิงการดำเนินงาน
(Web reference operation):
https://mb.mahidol.ac.th/th/executive-functions-ef/
รูปภาพประกอบ
(Picture):
SDG goal ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
(Relevant SDG goals):
Conference / Meeting (1 รายการ)
1.งานสัมมนา/Conference: การประชุมวิชาการอุปกรณ์การแพทย์ ครั้งที่ 31

หัวข้อ รายละเอียด
ชื่องานสัมมนา (Conference or meeting name) : การประชุมวิชาการอุปกรณ์การแพทย์ ครั้งที่ 31
ที่มาและความสำคัญ
(Background and importance) :
ปัจจุบันวิธีการและเครื่องมือแพทย์ที่ใช้ในการตรวจวิเคราะห์และการบำบัดรักษาผู้ป่วยทั้งที่เป็นผู้ป่วยวิกฤติและผู้ป่วยอื่นๆ
มีความก้าวหน้าและสามารถเชื่อมโยงระบบการทำงานและการจัดเก็บข้อมูลเป็นระบบโครงข่าย ดังนั้น บุคลากรผู้ให้บริการทางการแพทย์
ซึ่งประกอบด้วย ทีมแพทย์และพยาบาลจากหลายสาขาวิชา รวมถึงวิศวกรชีวการแพทย์และช่างอุปกรณ์การแพทย์ ผู้ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการ
ทางการแพทย์ จำเป็นที่จะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ความชำนาญ และความละเอียดรอบคอบเป็นอย่างดี ทั้งทางด้านเทคนิควิธีการใช้หลักปฏิบัติต่างๆ ของระบบโครงข่ายเครื่องมือแพทย์ ทำให้เพิ่มความสามารถและเชื่อมั่นยิ่งขึ้นในทางปฏิบัติการทั้งต่อผู้ป่วยและผู้ใช้เครื่องมือแพทย์

คุณภาพของการดูแลสุขภาพ มีองค์ประกอบที่สำคัญประกอบด้วย ความปลอดภัย (safe) ทันเวลา (timely) ความมีประสิทธิผล (effectiveness) ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง (patient centered) และความเป็นธรรม (equitable) องค์ประกอบเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงควบคู่กับการขับเคลื่อนไปสู่สถานพยาบาลที่เป็นสมาร์ทฮอสพิทัล และเฮลท์แคร์ 4.0 (Smart Hospital and Healthcare 4.0) ปัจจุบันโรงพยาบาลส่วนมากในประเทศไทยอยู่ในระยะของการรับรองคุณภาพ (HA) รับรองมาตรฐานและคุณภาพสถานประกอบการทางสาธารณสุขต่างๆ (Healthcare 3.0) และมีความพยายามในการก้าวไปสู่ Healthcare 4.0 ทั้งนี้ นโยบายพัฒนาความเป็นเลิศด้านระบบบริการเพื่อให้เป็นโรงพยาบาลสมาร์ทฮอสพิทัล การนำเทคโนโลยีด้านสุขภาพที่มีความก้าวหน้ามาใช้อย่างสอดคล้องกัน เพื่อการขับเคลื่อนไปสู่ Smart Hospital and Healthcare 4.0 โดยการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาให้บริการที่ผสมประสานกันอย่างเหมาะสมด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดเก็บข้อมูลต่างๆ เชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน เพื่อการวิเคราะห์ประมวลผล และสังเคราะห์เป็นแผนการบริหารจัดการของโรงพยาบาล

คณะกรรมการดำเนินการจัดประชุมวิชาการอุปกรณ์การแพทย์ฯ ได้พิจารณาถึงความสำคัญข้างต้นและเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ ได้เห็นประจักษ์ ตระหนักและเรียนรู้วิธีการ เพื่อเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ของผู้ปฏิบัติงานให้มีความต่อเนื่อง ก้าวหน้าและทันสมัย อีกทั้งเพื่อให้เกิดประสิทธิผลที่ดีต่อผู้ป่วย โดยสามารถประมวลและประเมินผลของการวิเคราะห์ด้านต่างๆ คณะกรรมการดำเนินการจัดการประชุมวิชาการอุปกรณ์การแพทย์ฯ จึงได้จัดประชุมวิชาการอุปกรณ์การแพทย์ ครั้งที่ 31 เรื่อง “สมาร์ทฮอสพิทัล และเฮลท์แคร์ 4.0” (Smart Hospital and Healthcare 4.0) เป็นระยะเวลา 2 วัน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับมุมมองจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชา ตลอดจนโอกาสการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของบุคลากรทางการแพทย์ โดยเน้นการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในแนวคิดและประเด็นเนื้อหาต่างๆ เช่น Smart Hospital, Pharmacy Automation, Artificial Intelligence, Medical Internet of Things (loT), Big Data, machine Learning and medical Robotic และ Ambulance Operating System (AOS) และอื่นๆ

หัวข้อในการจัดสัมมนา
(Seminar topics) :
สมาร์ทฮอลพิทัล และเฮลท์แคร์ 4.0
สถานที่จัดงาน
(Event location) :
ห้องประชุมกษัตริย์ศึก 2 ชั้น 4 โรงแรม เดอะ ทวิน ทาวเวอร์ ถนนพระราม 6 ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
หน่วยงานที่ร่วมจัดงาน
(Agency that organizes the event) :
ศูนย์วิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ชีวการแพทย์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สมาคมอุปกรณ์การแพทย์ไทย
บทบาทของหน่วยงาน
(Agency role) :
เป็นเจ้าภาพการจัดประชุม
วัตถุประสงค์ของการจัดงาน
(Objectives of the event) :
1. เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์เข้าประชุม ประกอบด้วย แพทย์และพยาบาลสาขาวิชาต่างๆ วิศวกรชีวการแพทย์และช่างอุปกรณ์การแพทย์ ได้มีโอกาสเรียนรู้วิทยาการทางการแพทย์ต่างๆ ที่ก้าวหน้านำสมัย เพื่อการเตรียมความพร้อมมุ่งมั่น สู่สมาร์ทฮอสพิทัล และเฮลท์แคร์ 4.0
2. เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ และข้อปฏิบัติต่างๆ เพื่อการพัฒนาไปเป็นสมาร์ทฮอสพิทัล และเฮลท์แคร์ 4.0 จากมุมมองของผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ปฏิบัติในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง
3. เพื่อให้แนวคิด พลังผลักดัน และแรงจูงใจในการศึกษา การวิจัย ด้านเครื่องมือแพทย์เพิ่มมากขึ้นในการรองรับ สมาร์ทฮอสพิทัล และเฮลท์แคร์ 4.0
4. เพื่อให้เกิดเครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์ การเผยแพร่วิทยาการทางแพทย์ ในการบริการผู้ป่วยและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างเป็นระบบทั่วภูมิภาค
จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม
(Number of participants) :
จำนวน 139 ราย ซึ่งเป็นผู้บริหารโรงพยาบาล แพทย์ พยาบาล เภสัชกร วิศวกร นักอุปกรณ์ชีวการแพทย์ นักเทคนิคการแพทย์ นักวิทยาศาสตร์และช่างอุปกรณ์การแพทย์ ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ และผู้สนใจอื่นๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
ช่วงเวลาที่จัดกิจกรรม
(Event period) :
1-2 สิงหาคม 2562
ข้อสรุปที่ได้จากการสัมมนา (ถ้ามี)
(Conference conclusions from the event) (if any) :
ผลลัพธ์ที่ได้จากการสัมมนา (ถ้ามี)
(Conference Results and outcomes of the event) (if any) :
1. ผู้เข้าประชุมสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาให้เกิดประโยชน์เพิ่มมาก ขึ้นแก่บุคลากรทางการแพทย์
2. ผู้เข้าประชุมสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาการให้บริการและดูแลสุขภาพที่มีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง
3. ผู้เข้าประชุมมีโอกาสเรียนรู้ และเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือแพทย์อุปกรณ์ ระบบงาน และบุคลากรในการเป็นสมาร์ทฮอสพิทัล และเฮลท์แคร์4.0
4. ผู้เข้าประชุมมีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทัศนคติ แนวคิด และการปฏิบัติงาน ระหว่างบุคลากรทางการแพทย์ร่วมกัน
Web link อ้างอิงการดำเนินการ
(Web reference operation) :
https://mb.mahidol.ac.th/medequip/conference2019/
รูปภาพประกอบ
(Picture) :
SDG goal ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ
(Relevant SDG goals) :

กลับหน้าหลัก: SDGs : MB : Mahidol University