

ม.มหิดล วิจัยภาวะกระดูกพรุนในอวกาศ เตรียมต่อยอดเยียวยาผู้ป่วยติดเตียง
ปัจจุบันเป็นยุคของการเติบโตทางธุรกิจท่องเที่ยวอวกาศ ตลอดจนอุตสาหกรรมการผลิตนวัตกรรมต่าง ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีซึ่งออกแบบเพื่อใช้สำหรับชีวิตในห้วงอวกาศหรือเทียบเท่าอย่างกว้างขวาง แต่สิ่งสำคัญที่สุดไม่ได้อยู่แค่เพียงการเตรียมวัตถุสิ่งของ แต่คือการเตรียมความพร้อมของ “ผู้เดินทาง” ที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับ “สภาพไร้แรงโน้มถ่วง” ซึ่งเป็นสภาวะที่มนุษย์ไม่คุ้นชิน
ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์นรัตถพล เจริญพันธุ์ ผู้อำนวยการสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล และอาจารย์นักวิจัยประจำหน่วยวิจัยด้านแคลเซียมและกระดูก (COCAB – Center of Calcium and Bone Research) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ร่างกายมนุษย์จำเป็นต้องมีการเคลื่อนไหวที่เหมาะสม อยู่ในที่ที่แรงโน้มถ่วงพอเหมาะ ร่างกายจึงจะมีโครงสร้างที่แข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของกระดูก มีงานวิจัยจากหลายประเทศที่ค้นพบความผิดปรกติของกระดูกอย่างชัดเจนทั้งในมนุษย์และสัตว์ที่ต้องเผชิญสภาพไร้น้ำหนักของห้วงอวกาศเป็นเวลานาน อย่างน้อยเป็นเวลา 2 สัปดาห์ขึ้นไป
เนื่องจากกระดูกที่เคลื่อนไหวภายใต้สภาพไร้แรงโน้มถ่วง ตลอดจนเนื้อเยื่ออื่น ๆ เช่น เนื้อเยื่อ ไขมัน กล้ามเนื้อ สมอง ฯลฯ จะขาด “สัญญาณเชิงกล” หรือแรงกระทำที่จะทำให้เซลล์ต่าง ๆ อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และส่งสัญญาณถึงกันได้เป็นปรกติ ซึ่งโดยทั่วไปมวลแคลเซียมของกระดูกจะสัมพันธ์กับน้ำหนักตัว ภายใต้สภาพไร้แรงโน้มถ่วง น้ำหนักตัวจะหายไป กระดูกจะสูญเสียมวลแคลเซียมอย่างรวดเร็ว
มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA – Geo-Informatics and Space Technology Development Agency (Public Organization) และองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น JAXA – Japanese Aerospace Exploration Agency ได้มีการลงนามความร่วมมือวิจัยที่นำไปสู่การสร้างสมมุติฐานของความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนของผู้ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในสภาพไร้น้ำหนักของห้วงอวกาศเป็นเวลานาน
ภายใต้ทุนสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ทำให้เกิดการศึกษาเพิ่มเติมนอกเหนือจาก “สัญญาณเชิงกล” ต่อกระดูก ต่อเนื่องไปจนถึงข้อสงสัยที่มีต่อแรงกระทำที่เชื่อมโยงสู่อวัยวะในส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น เนื้อเยื่อ และกล้ามเนื้อในส่วนต่าง ๆ ซึ่งโดยธรรมชาติเมื่อมนุษย์อยู่บนพื้นโลกที่มีแรงโน้มถ่วง จะรับรู้ได้ถึงแรงกด หรือแรงสั่นสะเทือนเมื่อเกิดการเคลื่อนไหว เช่น การเดิน การวิ่ง การกระโดด ฯลฯ เพื่อตอบโจทย์การออกแบบยาต้านกระดูกพรุนที่ออกฤทธิ์ได้อย่างตรงจุด หรือกิจกรรมที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน สำหรับชีวิตทั้งบนโลก และในห้วงอวกาศได้ต่อไปของผู้ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในสภาพไร้น้ำหนักของห้วงอวกาศเป็นเวลานาน
โดย JAXA และ GISTDA สนับสนุนให้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดล ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์นรัตถพล เจริญพันธุ์ ผู้อำนวยการสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล และหน่วยวิจัยด้านแคลเซียมและกระดูก (COCAB – Center of Calcium and Bone Research) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) และอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศึกษาเนื้อเยื่อของหนูทดลองที่เลี้ยงบนสถานีอวกาศนานาชาติ
นอกจากนี้ ภายใต้ทุนสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดโอกาสให้ทีมนักวิจัยของ ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์นรัตถพล เจริญพันธุ์ ศึกษา “สัญญาณเชิงกล” ที่เชื่อมโยงสู่อวัยวะในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เช่น เนื้อเยื่อ ไขมัน ลำไส้ และกล้ามเนื้อต่าง ๆ ซึ่งล้วนส่งสัญญาณมาปรับเปลี่ยนการทำงานของกระดูกทางอ้อม
ถึงเวลาแล้วที่คนไทยควรมองการณ์ไกล เตรียมพร้อมรองรับชีวิตวิถีใหม่ในห้วงอวกาศ ซึ่งปัจจุบันถือเป็น “ประเด็นโลก” ที่ทุกประเทศกำลังตื่นตัว และให้ความสำคัญในทุกด้านที่เกี่ยวข้อง ด้วยการพัฒนาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน (Basic Sciences) ของประเทศให้เข้มแข็ง พร้อมเปิดโลกทัศน์ให้การเดินทางสู่ห้วงอวกาศเข้ามาเป็นจุดหมายสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเป็นทิศทางเศรษฐกิจที่จะทำให้อนาคตของประเทศไทยไม่หลุดออกนอกวงโคจรของโลก
โดย ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์นรัตถพล เจริญพันธุ์ มองว่า แม้ในประเทศไทย เมื่อกล่าวถึงการเตรียมตัวไปใช้ชีวิตในอวกาศอาจไม่ได้รับความสนใจเท่าใดนักในปัจจุบัน แต่หากได้มีการประยุกต์ผลจากการวิจัยดังกล่าวเพื่อสร้างความเข้าใจต่อกลไกที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนใน “ผู้ป่วยติดเตียง” ซึ่งขาดการเคลื่อนไหวและออกกำลังกาย จนทำให้มีมวลกระดูกน้อยลง เป็นปรากฏการณ์ที่คล้าย และมีจุดร่วมกับสิ่งที่เกิดขึ้นในนักบินอวกาศ ก็อาจนำไปสู่หนทางแก้ไข และขยายผลสู่ระดับนโยบายที่จะส่งผลในเชิงบวกเพื่อการพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศได้ต่อไปในอนาคต และที่ไม่ควรมองข้าม คือ การวิจัยด้านอวกาศทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีอื่น ๆ คู่ขนาน เช่น วัสดุอัจฉริยะ ระบบนำส่งยา อาหารแห่งอนาคต พลังงานสะอาด ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติบนโลก
มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมทำหน้าที่ “ปัญญาของแผ่นดิน” ตามปณิธานฯ สร้างสรรค์งานวิจัยและมอบองค์ความรู้เพื่ออนาคตของประเทศไทย และมวลมนุษยชาติ
สัมภาษณ์และเขียนข่าวโดย ฐิติรัตน์ เดชพรหม นักประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ) งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โทร. 0-2849-6210

Mini-Symposium on AI-Driven Drug Discovery: The Future of Medicine
Institute of Molecular Biosciences, Mahidol University in collaboration with the Protein Society of Thailand (PST), is organizing a Mini-Symposium on AI-Driven Drug Discovery: The Future of Medicine on November 2, 2023, at the Prince Mahidol Conference Center, Mahidol University (Salaya Campus)
This event was honored to have Professor Dr. Pattarachai Kiratisin, Vice President for Research, Mahidol University give the opening remarks and extend a warm welcome to the esteemed panel of speakers who generously shared their knowledge and experiences in the field of Drug Design. The lineup of speakers includes:
• Professor Sir Tom Blundell from the University of Cambridge (Keynote Speaker)
• Professor Ruben Abagyan from the University of California San Diego
• Dr. Jiye Shi from Eli Lilly and Company
• Dr. Arun Prasad Pandurangan from the University of Cambridge
• Assistant Professor Duangrudee Tanramluk from the Institute of Molecular Biosciences
This event has attracted interest from students, faculty, government agencies, as well as private sector organizations, with a total attendance of up to 150 participants.

















สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล มีนโยบายไม่รับของขวัญและของกำนัลจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมอองค์กรที่สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้



ม.มหิดล ค้นพบ PM2.5 เสี่ยงกระดูกพรุนจากภาวะอักเสบในหนูทดลอง
ในขณะที่ PM2.5 ปกคลุมโลก ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์และสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสุขภาวะ ที่คุกคามต่อการเกิดโรคต่าง ๆ รวมถึงความเสี่ยงกระดูกพรุนจากภาวะอักเสบทั่วร่างกาย ที่ค้นพบจากการวิจัยในหนูทดลอง โดย หน่วยวิจัยด้านแคลเซียมและกระดูก (COCAB – Center of Calcium and Bone Research) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งประกอบไปด้วยนักวิจัยคุณภาพจากภาควิชาสรีรวิทยา ที่ร่วมศึกษาวิจัยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยห่างไกลโรคกระดูกพรุนกันมาอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และยาวนาน
ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์นรัตถพล เจริญพันธุ์ ผู้อำนวยการสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล หัวหน้าหน่วยวิจัย COCAB ได้ร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ณัฐพล ภาณุพินธุ หัวหน้าหน่วยสัตว์ทดลอง งานวิจัย คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศึกษาวิจัยจนค้นพบว่า PM2.5 เสี่ยงกระดูกพรุน จากภาวะอักเสบในหนูทดลอง
ภายใต้ข้อสันนิษฐานถึงกลไกการเกิดโรคกระดูกพรุนจากการเสื่อมสลายของมวลกระดูก มีสาเหตุสำคัญจากการอักเสบ เนื่องจากเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันต้องต่อสู้กับฝุ่น PM2.5 ที่รับเข้ามาทางปอดและกระจายไปทั่วร่างกาย ไปเร่งให้เกิดกระบวนการอักเสบดังกล่าว ซึ่งจากการติดตามในหนูทดลองที่ได้รับฝุ่น PM2.5 พบการเพิ่มจำนวนขึ้นของเซลล์สลายกระดูก ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีต้นกำเนิดจากเม็ดเลือดขาวบางชนิด มีส่วนสำคัญที่ทำให้มวลกระดูกลดลงอย่างต่อเนื่อง เสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน
ฝุ่น PM2.5 ที่กำลังคุกคามสุขภาวะมนุษย์มีองค์ประกอบที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ทั้งในเขตเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น และพื้นที่โล่งที่มีการเผา ตัวฝุ่นอาจประกอบด้วยอนุภาคของสารเคมีหลากหลายชนิด ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วย ฝุ่น PM2.5 ไม่เพียงเข้าสู่ร่างกายทางปอด แต่ยังสามารถผ่านเข้าทางผิวหนัง และทางเดินอาหารได้ องค์ประกอบหลายชนิดในฝุ่นยังอาจทำให้โรคเรื้อรังอื่น ๆ เช่น โรคปอด โรคทางเมแทบอลิซึม รุนแรงมากยิ่งขึ้น
การค้นพบอันตรายของฝุ่น PM2.5 ต่อกระดูกกำลังอยู่ระหว่างการเสนอตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ เพื่อขยายผลต่อยอดสู่การค้นหาแนวทางป้องกันและรักษา เพื่อลดความเสี่ยงกระดูกพรุน และอาการอักเสบรุนแรง จากวิกฤติ PM2.5 ที่โลกกำลังเผชิญ เพื่อเป็น “ปัญญาของแผ่นดิน” ตามปณิธานของมหาวิทยาลัยมหิดล เพิ่มการเฝ้าระวังต่อไป
สัมภาษณ์ และเขียนข่าวโดย ฐิติรัตน์ เดชพรหม นักประชาสัมพันธ์ (ชำนาญการ) งานสื่อสารองค์กร กองบริหารงานทั่วไป สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โทร. 0-2849-6210

The training event “Adeno-Associated Viral Vector for Gene Therapy and Genome Editing,” consisting of lectures on 22 April 2024 and practical workshops from 23 to 25 April 2024, was conducted by the Institute of Molecular Biosciences in collaboration with the Faculty of Medical Technology, Mahidol University.
This training aimed to provide participants with knowledge and understanding of molecular bioscience technology, production, and the use of viral vectors in medicine. This includes fostering research and advancing treatment development and disease prevention using viral vectors in Thailand.















การอบรม “RNAi Technology”
ศูนย์วิจัยประยุกต์และพัฒนานวัตกรรมกุ้ง ร่วมกับหน่วยบริหารจัดการนวัตกรรมและบริการวิชาการ งานวิจัยและพัฒนานวัตกรรม สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล จัดอบรม “RNAi Technology” รุ่นที่ 1 (1-3 เม.ย. 67) และรุ่นที่ 2 (9-11 เม.ย. 67) โดยการอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้เน้นการเสริมสร้างประสบการณ์ในการปฏิบัติงานที่ใช้เทคนิค RNAi ในห้องปฏิบัติการวิจัย สำหรับผู้ที่สนใจงานด้านวิทยาศาสตร์และวางแผนศึกษาต่อในสาขาที่เกี่ยวข้องกับชีววิทยาศาสตร์ในระดับโมเลกุล




Universitas Airlangga Visit (24 April 2024)
On April 24th, 2024, Prof. Dr. Duncan Richard Smith, Assistant Director of Research, Institute of Molecular Biosciences, and Course Representative, warmly welcomed representatives from the Postgraduate School, Universitas Airlangga, Indonesia. The purpose of their visit was to discuss collaboration in research and education. They also visited the Mahidol University – Frontier Research Facility (MU-FRF) to explore research excellence tools.




ต้อนรับคณะผู้ศึกษาดูงานจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
23 เมษายน 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ ฉิมณรงค์ รักษาการแทนหัวหน้าศูนย์วิจัยชีววัตถุการแพทย์ชั้นสูงเพื่อการรักษา สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล เป็นผู้แทนสถาบันฯ ต้อนรับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรอนงค์ สมทรัพย์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และคณะผู้ศึกษาดูงานจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ โดยร่วมหารือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการบริหารงาน รวมทั้งผลงานวิจัยของศูนย์วิจัยชีววัตถุการแพทย์ชั้นสูงเพื่อการรักษา ศูนย์วิจัยธาลัสซีเมีย และหน่วยสัตว์ทดลองเพื่องานทางวิทยาศาสตร์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล เพื่อสร้างความร่วมมือและนำองค์ความรู้มาต่อยอดในการบริหารจัดการศูนย์วิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ต่อไป




Tropical Medicine Visit (23 April 2024)
On April 23, 2024, Professor Dr. Narattapon Charernpan,M.D., Ph.D., Director of the Institute of Molecular Biosciences, Mahidol University, welcomed Professor Dr. Narisara Chantratita along with a team of researchers and students from the Department of Microbiology and Immunology, Faculty of Tropical Medicine, Mahidol University. The purpose of the visit was to discuss collaboration in vaccine research and development. The visit also included a tour of the Biosafety Level 3 (BSL-3) laboratory at the Institute of Molecular Biosciences and the Establishment of Mahidol University Bio-industrial Development Center, Mahidol University.







การอบรมเชิงปฏิบัติการ “ค่ายตามหมอ (วิทย์) วิเคราะห์โรค” ประจำปี 2567
25 – 26 เมษายน 2567 สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “ค่ายตามหมอ (วิทย์) วิเคราะห์โรค” ประจำปี 2567 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างประสบการณ์ให้แก่น้อง ๆ นักเรียนชั้น ม.ปลาย ที่สนใจทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยบูรณาการความรู้ต่าง ๆ ทั้งการตรวจร่างกายเบื้องต้น สรีรวิทยาเกี่ยวกับระบบประสาท และวิทยาศาสตร์ระดับโมเลกุล เพื่อใช้ในการวินิจฉัยโรค โดยแบ่งฐานปฏิบัติการออกเป็น 4 ฐาน ได้แก่
ฐานปฏิบัติการที่ 1 การซักประวัติและการตรวจร่างกาย (physical examination) และการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ฐานปฏิบัติการที่ 2 การตรวจผู้ป่วยที่มีอาการนอนไม่หลับเป็นระยะเวลานาน การตรวจวัดความเครียดจากสัญญาณชีวภาพร่างกาย คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ความดันโลหิต และความต่างศักย์ของผิวหนัง
ฐานปฏิบัติการที่ 3 การตรวจผู้ป่วยที่มีอาการซีด เหนื่อยเรื้อรัง การตรวจนับเม็ดเลือดแบบสมบูรณ์ การเตรียมสเมียร์เลือดและการย้อม การตรวจยีนธาลัสซีเมีย
ฐานปฏิบัติการที่ 4 การตรวจผู้ป่วยที่มีภาวะอาหารเป็นพิษ การตรวจหาชนิดของอาหารที่เป็นพิษด้วยเทคนิคทางชีวโมเลกุล















































