การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “ค่ายตามหมอ (วิทย์) วิเคราะห์โรค” 2026

การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “ค่ายตามหมอ (วิทย์) วิเคราะห์โรค” 2026

วันที่ 22–23 เมษายน 2569 เวลา 08.30–16.00 น.
ณ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา
วันที่ 24 เมษายน 2569 ฝึกอบรมดูงานด้านการแพทย์ ณ สถานที่ฝึกงาน 1 แห่ง

สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล ขอเชิญนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เข้าร่วมการเชิงปฏิบัติการเรื่อง “ค่ายตามหมอ (วิทย์) วิเคราะห์โรค” 2026 | รับสมัครจำนวนจำกัด 35-60 ราย ค่าลงทะเบียน รายละ 8,000 บาท (แปดพันบาทถ้วน)

⚠️ วันสุดท้ายลงทะเบียน: 12 เมษายน 2569
วันและเวลา
วันที่ 22–23 เมษายน 2569 เวลา 08.30–16.00 น.
เข้าอบรม ณ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา
วันที่ 24 เมษายน 2569 ฝึกอบรมดูงานด้านการแพทย์ ณ สถานที่ฝึกงาน 1 แห่ง
1. สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพฯ จำนวน 15 ราย
2. ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม จำนวน 15 ราย
3. โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล จำนวน 30 ราย (ผู้ลงทะเบียนจะต้องเดินทางไปฝึกด้วยตนเอง)

ค่าลงทะเบียน
รายละ 8,000 บาท (เจ้าหน้าที่จะส่งรายละเอียดการชำระเงินผ่านอีเมลที่ได้ลงทะเบียนไว้ ภายใน 3-5 วันทำการ)

สิ่งที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ
เอกสารประกอบการอบรม จำนวน 1 เล่ม และใบประกาศนียบัตร
ในวันที่ 22-23 เมษายน 2569 อาหารกลางวัน จำนวน 2 มื้อ อาหารว่าง จำนวน 2 มื้อ
ในวันที่ 24 เมษายน 2569 ผู้เข้าอบรมจัดหาอาหารกลางวัน และเดินทางด้วยตนเอง

ฐานปฏิบัติการที่ 1

การซักประวัติและตรวจร่างกาย (physical examination) และการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ

ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้จากสถานการณ์จำลอง เพื่อการซักประวัติและตรวจร่างกายผู้ที่เข้ามาปรึกษาแพทย์ ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการวินิจฉัยโรค วินิจฉัยแยกโรค ประเมินสุขภาพ ประเมินวิธีการรักษาที่เหมาะสม และติดตามผลการรักษา ทักษะที่จำเป็นสำหรับการตรวจร่างกาย คือ ความชั่งสังเกต การตั้งสมมุติฐานที่แม่นยำ นำประโยชน์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการจำเพาะทางอย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และมีความรวดเร็วในการรักษาผู้ป่วยได้อย่างตรงจุด พื้นฐานการตรวจร่างกาย เช่น การซักประวัติทางคลินิก การตรวจสัญญาณชีพและการหายใจ การตรวจเยื่อบุภายในช่องปากและคอ การตรวจขนาดหรือการบาดเจ็บของอวัยวะภายในช่องท้อง การตรวจภาวะซีดเบื้องต้น นอกจากนี้ยัง สาธิตวิธีการประมวลผลการวิเคราะห์จากการตรวจร่างกายเบื้องต้นสู่การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการประจำที่มักใช้บ่อย ได้แก่ การตรวจเลือดเพื่อหาค่าสัมบูรณ์ของเม็ดเลือด การตรวจระดับไขมันและระดับกลูโคสเพื่อประเมินการเป็นภาวะไขมันสูงและเบาหวาน การตรวจเอนไซม์เพื่อประเมินประสิทธิภาพการทำงานของตับ การตรวจระดับโปรตีนและการตรวจปัสสาวะเพื่อประเมินประสิทธิภาพการทำงานของไต การตรวจระบบภูมิคุ้มกันและเชื้อโรคเพื่อประเมินระบบภูมิคุ้มกันและภาวะการติดเชื้อ

ฐานปฏิบัติการที่ 2

การตรวจผู้ป่วยที่มีสภาวะความเครียดส่งผลต่อร่างกายทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับเป็นระยะเวลานาน

ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้และมีประสบการณ์ในการตรวจวิเคราะห์ระดับความเครียดและการประเมินความเครียดจากสถานการณ์จำลอง โดยอาสาสมัครจากผู้เข้าอบรมที่สนใจจะเข้าทำการทดสอบโดยใช้เครื่องมือทางการแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุของภาวะนอนไม่หลับเป็นระยะเวลานานและไม่สามารถทำงานต่อเนื่องได้ ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้เทคนิคทางการแพทย์สำหรับการตรวจและประเมินความเครียด เช่น การทำแบบประเมินความเครียดเพื่อประเมินตนเอง ชมสาธิตขั้นตอนการวัดความเครียด จากการเปลี่ยนแปลงของสัญญาณชีวภาพของร่างกาย (Biomarkers of Psychological stress) เช่น การเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ความดันโลหิต และความต่างศักย์ของผิวหนังและผู้เข้าร่วมอบรมทุกคนจะได้ใช้แบบทดสอบเบื้องต้นที่สามารถหาความเครียดจากร่างกายได้

ฐานปฏิบัติการที่ 3

การตรวจผู้ป่วยที่มีอาการซีดเหนื่อยเรื้อรัง

ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้จากสถานการณ์จำลอง กรณีที่ผู้ป่วยเด็กมาพบแพทย์ด้วยภาวะซีด มีอาการเหนื่อยเรื้อรัง เป็นผลต่อการเรียนในวิชาพละศึกษา ทำให้แพทย์สงสัยว่า ผู้ป่วยอาจเป็นโรคธาลัสซีเมีย จึงต้องทำการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผู้เข้าอบรมจะได้ฝึกทักษะทางห้องปฏิบัติการโลหิตวิทยาในการเตรียมสเมียร์เลือด (blood smear) และการย้อมเพื่อวิเคราะห์สัณฐานวิทยาของเม็ดเลือด ได้เยี่ยมชมเรียนรู้การตรวจนับเม็ดเลือดแบบสมบูรณ์ (complete blood count; CBC) การตรวจหาชนิดฮีโมโกลบินและการตรวจวินิจฉัยระดับโมเลกุลเพื่อระบุยีนธาลัสซีเมียที่ห้องปฏิบัติการตรวจวินิจฉัยโรคธาลัสซีเมีย

ฐานปฏิบัติการที่ 4

ผู้ป่วยที่มีอาการอาหารเป็นพิษ

ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้และมีประสบการณ์ทางห้องปฏิบัติการระดับโมเลกุลเพื่อจำแนกพืชมีพิษและไม่มีพิษจากสถานการณ์จำลอง พืชพิษบางชนิดมีลักษณะภายนอกคล้ายกับพืชที่ไม่มีพิษ หากไม่มีความชำนาญจะไม่สามารถแยกชนิดได้ กรณีศึกษา คือ เมื่อผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลเนื่องจากอาหารเป็นพิษ จากการสักประวัติทางคลินิก ทราบว่าผู้ป่วยทานพืชป่าที่เก็บมาเอง โดยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพืชที่ทานได้ เทคนิคทางชีวโมเลกุล ที่เรียกว่า DNA barcode เป็นเทคนิคที่ถูกนำมาใช้ในการจำแนกชนิดสิ่งมีชีวิตระดับ species ได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ การฝึกภาคปฏิบัติการนี้ ผู้เข้าอบรมจะได้ฝึกทักษะทางห้องปฏิบัติการตรวจจำแนกชนิดพืชโดยใช้เทคนิค DNA barcode ด้วยตนเอง และทำการวิเคราะห์ผลที่ได้ เพื่อประกอบการวินิจฉัยและการรักษาของแพทย์อย่างเหมาะสมต่อไป
Synthesis of Methyl Salicylate: Hands-on and Minds-on

📞 For enquiries, please contact:

Ms. Panutchanat Khamtonwong

Tel. 0 2441 9003–6 ext. 1242

Email: panutchanat.kha@mahidol.ac.th

Loading

Scroll to Top
นโยบายความเป็นส่วนตัว

เว็บไซต์ของสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดลใช้คุกกี้เพื่อจำแนกผู้ใช้งานแต่ละคน โดยทำหน้าที่หลักคือประมวลทางสถิติ ตลอดจนลักษณะเฉพาะของกลุ่มผู้ใช้บริการนั้นๆ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะนำมาใช้ในการวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้ใช้บริการ และสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุลจะนำผลลัพธ์ดังกล่าวไปใช้ในการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ตอบสนองความต้องการ และการใช้งานของผู้ใช้บริการให้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้และใช้ประมวลผลนั้นจะไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้ใช้บริการแต่อย่างใด อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ, นามสกุล, อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นเพียงข้อมูลทางสถิติเท่านั้น ซึ่งจะช่วยให้สถาบันสามารถมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์สำหรับคุณ และช่วยให้สามารถปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้ในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้คุณสามารถเลือกตัวเลือกในการใช้งานคุกกี้ได้

More information about our Cookie Policy